สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง สักยันต์ คำนี้เป็นที่รู้กันมานาน ไม่ สามารถระบุได้ว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคสมัยใด จาการสันนิฐานของคนสมัยก่อนคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ ก่อนพุทธกาลสมัย ตั้งแต่ยุครามเกียรติ ซึ่งสันนิฐานจากลายบนผิวหนังของ หนุ มานสมุนเอกของพระรามซึ่งมีลักษณะเป็นลายลมซึ่งคล้ายลายสักยันต์ จึงสันนิฐานกันต่อเรื่อยมาว่าคือต้นกำเนิดของลายสักยันต์ วัฒนธรรมการสักยันต์ของไทย เริ่มมาพร้อมกับการสร้างภาษาเขียน โดยบทสวดหรือการจารึกพระธรรมจะใช้คำอ่านเป็นภาษาบาลีในการจารบันทึกโดยใช้ ตัว เขียนเป็นอักขระขอม-ไทยในการบันทึก จึงเป็นจุดเริ่มต้นของอักขระการสักยันต์ไทย สืบต่อกันมาจนปัจจุบัน ท่านใดที่ต้องการเข้ารับการสักยันต์จากสำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง สามารถเข้าไปดูและโหลดแผนที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง ได้ที่หมวดติดต่ออาจาย์เหน่ง ซึ่งเวลานี้การเดินทางไปสำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง สะดวกมาก ลงรถไฟฟ้าที่สถานีบางจากก็ต่อรถเข้าซอยได้เลย สำนักตั้งอยู่ ซอยพึ่งมี 50/24 ถนนสุขุมวิท 93 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ หรือใครมีเรื่องสงสัยอยากสอบถามขอความรู้เรื่องการสักยันต์ หรือต้องการโทรนัดหมายวันเวลาล่วงหน้า เพื่อจะเข้าไปทำการสักยันต์หรือลงนะหน้าทอง สามารถโทรไปได้ที่ เบอร์ 085-0759061 เวลาเปิด - ปิด สำนัก 10.30 - 20.00 น. ที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง จะมีรูปแบบลายยันต์ต่างๆมากมายหลายร้อยยันต์ แต่ทุกยันต์อาจารย์เหน่งจะแนะนำตามความเหมาะสมของศิษย์แต่ละคนด้วย อาจารย์เหน่งจะจัดวางลายยันต์ในตำแหน่งที่เหมาะสมและดูสวยงามแบบไม่มีใคร เหมือน ลายยันต์ยอดนิยมที่ลูกศิษย์ลูกหานิยมสักที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง ได้แก่ ยันต์เสริมดวง ยันต์มหาลาภ ยันต์เก้ายอด ยันต์ปู่ฤาษี ยันต์หนุมาน ฯลฯ ยันต์เสน่ห์ ได้แก่ ยันต์จิ้งจกสดุ้ง ยันต์กวางเหลียวหลัง ยันต์เพชรพญาธร ฯลฯ ส่วนยันต์เสน่ห์สุดยอดของสำนัก คือ ยันต์จิ้งจกเก้าตัวล้อมกวางเหลียวหลังขี่เพชรพญาธร เป็นการรวมยันต์พญาจิ้งจกไว้ในลายยันต์ถึง 9 ตัว และยังนำสุดยอดยันต์ด้านเสน่ห์ในตำนาน คือยันต์เพชรพญาธรและยันต์กวางเหลียวหลัง มาไว้ในยันต์เดียวกัน ไม่ต้องรอเก็บทีละยันต์ โดยยันต์นี้อาจารย์จะสักให้เฉพาะน้ำมันเท่านั้น น้ำมันที่ใช้สักยันต์นี้อาจารย์เหน่งจะใช้น้ำมันชนิดพิเศษเพื่อสักยันต์นี้ โดยเฉพาะ และจะรับสักยันต์นี้เฉพาะวันจันทร์เท่านั้น ซึ่งถือกันว่าวันจันทร์นั้นเป็นวันเสน่ห์และเมตตาประจำสัปดาห์ อิทธิพลของดาวจันทร์จะช่วยส่งเสริมให้ยันต์นี้เข้มขลังส่งผลด้านเสน่ห์อย่าง สูงสุด ส่วนยันต์ที่ส่งเสริมด้านโชคลาภการเงิน ที่นิยมสักกันมาที่สุดนอกจากยันต์หนุนดวงแล้ว ก็คือ ยันต์มหาลาภ ซึ่งลูกศิษย์ลูกหาที่ได้สักยันต์นี้ไปต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าชีวิต ค่อยๆดีขึ้น จากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว และด้วยรูปแบบยันต์ที่สวยงามและพุทธคุณที่เข้มขลังจึงเป็นที่นิยมกันมาก ไม่แพ้ยันต์อื่นๆเลย คนไทยสมัยโบราณต้องการความคงกระพันชาตรีไว้ทำศึกสงคราม เมตตามหาเสน่ห์ให้ผู้คนเชื่อถือหลงรักเอ็นดู คน โบราณจึงต้องพกพาวัตถุมงคลต่างๆเช่นพระเครื่อง ผ้ายันต์ ตระกรุดเป็นต้น นอกจากนั้น อีกสิ่งที่สามารถทำได้คือให้มีสิ่งที่เป็นมงคลติดกับร่างกายของเราเลยนั้น คือ การสักยันต์ หรือการเอาคุณพระเข้าไว้กับตัว โดยลายยันต์ที่สักก็คือบทสวดคาถา คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในแบบต่างๆ มาผูกเป็นลวดลายหรืออักขระตามสูตรของอาจารย์แต่ละท่านให้ออกมาในลักษณะต่างๆ ซึ่งส่งผลทางด้านพุทธคุณแตกต่างกันออกไปตามแต่ลายสักยันต์นั้นๆ อาจารย์ สักยันต์สมัยก่อนแต่ละท่านก็มีการร่ำเรียนวิชาในสายของตนซึ่งได้รับการตกทอด สืบต่อกันมาเป็นรุ่นๆ ทั้งวิชาอาคม คาถา ลายสักยันต์ การสักยันต์ อ.เหน่ง อ่อน นุช เป็นอาจารย์สักยันต์ที่ได้รับการสืบทอดวิชาการสักยันต์ไทยมาจากบรมครูที่ เชี่ยวชาญการสักยันต์ในยุคก่อน มีที่มาที่ไปชัดเจนไม่ใช่มากล่าวอ้างกันแบบลอยๆ โดยอาจารย์เหน่งได้รับวิชาวิชาอาคมต่างๆมามากมาย เช่น คาถาอาคม การลงนะหน้าทอง การสักยันต์ไทย เป็นต้น จึงถือได้ว่าในยุคนี้ อาจารย์เหน่ง อ่อนนุช ถือเป็นอาจารย์สักยันต์ที่เป็นผู้สืบทอดวิชาการสักยันต์ไทย ได้เข้มขลังคนนึงของวงการสักยันต์ไทย โดยมีลูกศิษย์ลูกหาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศต่างมาสักยันต์ไทย(thai tattoo,sakyant)กับอาจารย์เหน่ง กันอย่างมากมาย เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงการสักยันต์ไทย ต้องมีชื่อของ อาจารย์เหน่ง อ่อนนุช อยู่ด้วยเสมอ การ สักยันต์ไทย(thai tattoo,sakyant)นั้น ตั้งแต่สมัยโบราณจะใช้เหล็กปลายแหลมฝ่าซีกหรือนำเหล็กฝ่าซีกมาประกบกันลง คาถาอาคม บางอาจารย์ใช้ตะปูตอกโลงผีก็มี เหล็กสักยันต์จะจุ่มกับน้ำหมึกที่ผ่านกรรมวิธีการเคี้ยวผสมว่านต่างๆลงคาถา ตามสูตรของอาจารย์แต่ละท่าน เรียกได้ว่า อุปกรณ์หรือสิ่งที่ใช้สักยันต์ มีความศักดิ์สิทธิ์ในทุกขั้นตอนการสร้างขึ้น การสักยันต์นั้นอาจารย์ที่สักยันต์ ก็ต้องบริกรรมคาถาไปตลอดเวลาที่สักยันต์ให้กับลูกศิษย์เพื่อให้คาถาอาคมนั้น ถูกถ่ายทอดจากอาจารย์ผู้ทำการสักยันต์ลงไปยังบนผิวหนังลูกศิษย์หรือผู้ถูก สักยันต์ ผ่านเข็มสักยันต์ลงบนอักขระ ทีละตัวๆ ไปจนเสร็จ เพื่อความเข้มขลังในอักขระที่สักยันต์ ที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่งนั้น เข็ม ที่ใช้สักยันต์นั้น อาจารย์เหน่งจะทำขึ้นมาด้วยตัวเองทุกเล่ม โดยสร้างตามสูตรที่ได้เรียนมาและลงอักขระคาถากำกับทุกเล่ม ส่วนน้ำหมึกที่ใช้สักยันต์ก็ผ่านการเคี้ยวและผสมว่านมงคล 108 ชนิดพร้อมทั้งบริกรรมคาถาระหว่างการเคี้ยวน้ำหมึก และ น้ำหมึกสูตรเฉพาะของอาจารย์เหน่งนั้น ต่างจากน้ำหมึกที่อื่นคือ มีสีที่เข้มดำไม่ซีดจาง ทำให้ลายยันต์ยิ่งแลดูเข้มขลัง การสักยันต์นั้นอาจารย์เหน่ง จะ สักยันต์ให้ลูกศิษย์ด้วยตัวเองทุกลายยันต์เพื่อให้ลูกศิษย์ได้รับพลัง และความศักดิ์สิทธิ์นั้นไปอยู่กับตัวได้โดยตรงระหว่างอาจารย์ถึงลูกศิษย์ การสักยันต์นั้นอาจารย์เหน่งจะบริกรรมคาถาเรียกจิตเรียกนามเรียกสูตรคาถา หัวใจของรูปภาพและลายยันต์ต่างๆ ตามแต่ละลายที่สัก ผ่าน อาจารย์เหน่งสู่เข็มสักยันต์และถ่ายทอดลงสู่ผิวหนังลูกศิษย์ทุกคน ถึงขนาดลูกศิษย์บางคนถึงขั้นของขึ้นหรือออกอาการตามแบบลายยันต์ที่สักเลยก็ มีให้เห็นบ่อยครั้ง เมื่อ สักยันต์เสร็จอาจารย์เหน่ง จะปลุกลายยันต์ หนุนธาตุ และลงอาคม ให้กับลูกศิษย์อีกครั้ง โดยการให้ศิษย์นั่งภาวนาคาถาที่อาจารย์จะมอบให้ก่อนสักไปตลอดเวลา ศิษย์บางคนก็ของขึ้นเพื่อเคารพบูชาครู โดยออกอาการแปลกๆตามรอยสัก เช่น สักยันต์เสือ ก็จะคำรามเหมือนเสือ สักยันต์หนุมานก็จะขึ้นเป็นหนุมาน บางคนดูเหมือนจะผอมแห้งแรงน้อยแต่เมื่อของขึ้นเรียกได้ว่า ต้องใช้คนสี่ห้าคนช่วยจับถึงจะสงบลงได้ นับเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความขลังในลายยันต์นั้นๆ และแสดงถึงว่าพลังกระแสจิตของอาจารย์เหน่งที่ถ่ายทอดลงสู่ลายยันต์นั้น มีความรุนแรงเพียงใด และการสักยันต์ที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่งนั้น ท่านจะเน้นเรื่องการรักษาความสะอาดมาก เข็ม ทุกเล่มที่ใช้สักยันต์อาจารย์เหน่งมีการเปลี่ยนเข็มทุกครั้ง เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามารับการสักยันต์ที่สำนักปลอดภัยจากโรคติดต่อร้ายแรงรวมถึงน้ำหมึกและผ้าที่ใช้ในการสักยันต์ อาจารย์เหน่งจะเปลี่ยนทุกครั้ง จึงมั่นใจได้เต็ม 100 ว่าหากเข้ามารับการสักยันต์ที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่งแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องการติดเชื้อแน่นอน การสักยันต์มีข้อห้ามต่างๆมากมายตามแต่ละสำนักจะให้ลูกศิษย์ยึดปฎิบัติกัน สำนัก สักยันต์อาจารย์เหน่ง ก็มีข้อปฎิบัติยึดตามข้อห้ามของผู้สักยันต์สมัยโบราณ จุดประสงค์เพื่อให้เกิดความขลังในลายสักยันต์นั้นๆและประกอบกรรมดีอยู่ใน ศีลธรรมที่ดีงามโดยข้อห้าม หลักที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่งยึดจากข้อห้ามที่มีมาตั้งแต่โบราณ ให้ลูกศิษย์ที่รับการสักยันต์ทุกคนยึดถือหรือปฎิบัติกันคือ ห้ามด่าว่าพ่อแม่ครูอาจารย์ใคร เพราะพ่อแม่ครูอาจารย์ถือเป็นสิ่งที่สูงสุด ที่ควรยกไว้เหนือหัว อาจารย์เหน่งจึงถือว่าข้อนี้มีความสำคัญมากต่อลูกศิษย์ที่มาสักยันต์ที่ สำนักสักยันต์แห่งนี้ ข้อที่สองคือห้ามกินฟักแฟงน้ำเต้า มะเฟือง เพราะเหตุผลที่ว่าของเหล่านี้จะล้างคุณสมบัติของว่านที่ผสมในหมึกที่ทำการ สักยันต์หรือน้ำมันที่ใช้สักยันต์ ข้อสามคือห้ามรับทานสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด ข้อสี่ห้ามผิดลูกผิดเมียใคร จุดประสงค์คือไม่ให้ผิดศีลและไม่ให้ลูกศิษย์ที่เข้ามาฝากตัวสักยันต์ที่ สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง ไปทำในสิ่งไม่ดีไม่งาม หรือให้อยู่ในครรลองครองธรรมนั้นเอง ข้อ ห้าห้ามเสพหรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดที่ผิดกฏหมาย ข้อห้ามหรือข้อปฎิบัตินั้นอาจารย์เหน่งจะพร่ำสอนและเตือนลูกศิษย์อยู่เสมอ ให้ เป็นคนดีคิดดีทำดีอยู่เสมอแล้วลายยันต์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นจะคุ้มครอง ถ้าสักยันต์ไปแล้วไม่ปฎิบัติไม่ทำความดี ต่อให้สักยันต์ดียังไงก็ช่วยไม่ได้ ถ้าหมั่นปฎิบัติ ทำความดี หมั่นสวดมนต์ รับรองเลยว่าลายสักยันต์ อ.เหน่ง อ่อนนุช จะส่งผลให้เห็นอย่างที่คุณคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน .... การสักยันต์ เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งของมนุษย์มานานแล้ว เราควรร่วมอนุรักษ์การสักยันต์ของไทยไม่ให้สูญหายไป โดยผู้ที่ชอบสักยันต์ในสมัยนี้จะมีเหตุผล คือ สักยันต์เพื่อลงอาคมขลัง ลงเลขยันต์ต่างๆที่เป็นมงคล สักยันต์เพื่อเกิดปาฏิหารย์ ยิง-ฟัน-แทงไม่เข้า หรือแสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆ เช่นต้องการสักยันต์ให้ช่วยด้านโชคลาภ สักยันต์เมตตามหานิยม สัก ยันต์เสน่ห์ สักยันต์หนุนดวง สักยันต์ค้าขาย ฯลฯ มุมมองของคนที่สักยันต์ในสมัยนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะผู้หญิงหรือแม้แต่คนมีเงินรวมทั้งเหล่าดารานักแสดง ต่างก็นิยมสักยันต์กันอย่างแพร่หลายมาก โดยนิยมสักยันต์กันทั้งแบบหมึกและสักยันต์แบบน้ำมัน ขอเชิญร่วมพูดคุยและเข้ามาสัมผัสในศาสตร์แห่งการสักยันต์หรือชมลายสักยันต์ สวยๆที่หาดูยาก ได้ที่หมวดตัวอย่างลายสักยันต์ และในบอร์ดห้องโชว์ลายสักยันต์
สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง
สักยันต์ คำนี้เป็นที่รู้กันมานาน ไม่ สามารถระบุได้ว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคสมัยใด จาการสันนิฐานของคนสมัยก่อนคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ ก่อนพุทธกาลสมัย ตั้งแต่ยุครามเกียรติ ซึ่งสันนิฐานจากลายบนผิวหนังของ หนุ มานสมุนเอกของพระรามซึ่งมีลักษณะเป็นลายลมซึ่งคล้ายลายสักยันต์ จึงสันนิฐานกันต่อเรื่อยมาว่าคือต้นกำเนิดของลายสักยันต์ วัฒนธรรมการสักยันต์ของไทย เริ่มมาพร้อมกับการสร้างภาษาเขียน โดยบทสวดหรือการจารึกพระธรรมจะใช้คำอ่านเป็นภาษาบาลีในการจารบันทึกโดยใช้ ตัว เขียนเป็นอักขระขอม-ไทยในการบันทึก จึงเป็นจุดเริ่มต้นของอักขระการสักยันต์ไทย สืบต่อกันมาจนปัจจุบัน ท่านใดที่ต้องการเข้ารับการสักยันต์จากสำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง สามารถเข้าไปดูและโหลดแผนที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง ได้ที่หมวดติดต่ออาจาย์เหน่ง ซึ่งเวลานี้การเดินทางไปสำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง สะดวกมาก ลงรถไฟฟ้าที่สถานีบางจากก็ต่อรถเข้าซอยได้เลย สำนักตั้งอยู่ ซอยพึ่งมี 50/24 ถนนสุขุมวิท 93 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ หรือใครมีเรื่องสงสัยอยากสอบถามขอความรู้เรื่องการสักยันต์ หรือต้องการโทรนัดหมายวันเวลาล่วงหน้า เพื่อจะเข้าไปทำการสักยันต์หรือลงนะหน้าทอง สามารถโทรไปได้ที่ เบอร์ 085-0759061 เวลาเปิด - ปิด สำนัก 10.30 - 20.00 น.
ที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง จะมีรูปแบบลายยันต์ต่างๆมากมายหลายร้อยยันต์ แต่ทุกยันต์อาจารย์เหน่งจะแนะนำตามความเหมาะสมของศิษย์แต่ละคนด้วย อาจารย์เหน่งจะจัดวางลายยันต์ในตำแหน่งที่เหมาะสมและดูสวยงามแบบไม่มีใคร เหมือน ลายยันต์ยอดนิยมที่ลูกศิษย์ลูกหานิยมสักที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง ได้แก่ ยันต์เสริมดวง ยันต์มหาลาภ ยันต์เก้ายอด ยันต์ปู่ฤาษี ยันต์หนุมาน ฯลฯ ยันต์เสน่ห์ ได้แก่ ยันต์จิ้งจกสดุ้ง ยันต์กวางเหลียวหลัง ยันต์เพชรพญาธร ฯลฯ ส่วนยันต์เสน่ห์สุดยอดของสำนัก คือ ยันต์จิ้งจกเก้าตัวล้อมกวางเหลียวหลังขี่เพชรพญาธร เป็นการรวมยันต์พญาจิ้งจกไว้ในลายยันต์ถึง 9 ตัว และยังนำสุดยอดยันต์ด้านเสน่ห์ในตำนาน คือยันต์เพชรพญาธรและยันต์กวางเหลียวหลัง มาไว้ในยันต์เดียวกัน ไม่ต้องรอเก็บทีละยันต์ โดยยันต์นี้อาจารย์จะสักให้เฉพาะน้ำมันเท่านั้น น้ำมันที่ใช้สักยันต์นี้อาจารย์เหน่งจะใช้น้ำมันชนิดพิเศษเพื่อสักยันต์นี้ โดยเฉพาะ และจะรับสักยันต์นี้เฉพาะวันจันทร์เท่านั้น ซึ่งถือกันว่าวันจันทร์นั้นเป็นวันเสน่ห์และเมตตาประจำสัปดาห์ อิทธิพลของดาวจันทร์จะช่วยส่งเสริมให้ยันต์นี้เข้มขลังส่งผลด้านเสน่ห์อย่าง สูงสุด ส่วนยันต์ที่ส่งเสริมด้านโชคลาภการเงิน ที่นิยมสักกันมาที่สุดนอกจากยันต์หนุนดวงแล้ว ก็คือ ยันต์มหาลาภ ซึ่งลูกศิษย์ลูกหาที่ได้สักยันต์นี้ไปต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าชีวิต ค่อยๆดีขึ้น จากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว และด้วยรูปแบบยันต์ที่สวยงามและพุทธคุณที่เข้มขลังจึงเป็นที่นิยมกันมาก ไม่แพ้ยันต์อื่นๆเลย
คนไทยสมัยโบราณต้องการความคงกระพันชาตรีไว้ทำศึกสงคราม เมตตามหาเสน่ห์ให้ผู้คนเชื่อถือหลงรักเอ็นดู คน โบราณจึงต้องพกพาวัตถุมงคลต่างๆเช่นพระเครื่อง ผ้ายันต์ ตระกรุดเป็นต้น นอกจากนั้น อีกสิ่งที่สามารถทำได้คือให้มีสิ่งที่เป็นมงคลติดกับร่างกายของเราเลยนั้น คือ การสักยันต์ หรือการเอาคุณพระเข้าไว้กับตัว โดยลายยันต์ที่สักก็คือบทสวดคาถา คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในแบบต่างๆ มาผูกเป็นลวดลายหรืออักขระตามสูตรของอาจารย์แต่ละท่านให้ออกมาในลักษณะต่างๆ ซึ่งส่งผลทางด้านพุทธคุณแตกต่างกันออกไปตามแต่ลายสักยันต์นั้นๆ อาจารย์ สักยันต์สมัยก่อนแต่ละท่านก็มีการร่ำเรียนวิชาในสายของตนซึ่งได้รับการตกทอด สืบต่อกันมาเป็นรุ่นๆ ทั้งวิชาอาคม คาถา ลายสักยันต์ การสักยันต์ อ.เหน่ง อ่อน นุช เป็นอาจารย์สักยันต์ที่ได้รับการสืบทอดวิชาการสักยันต์ไทยมาจากบรมครูที่ เชี่ยวชาญการสักยันต์ในยุคก่อน มีที่มาที่ไปชัดเจนไม่ใช่มากล่าวอ้างกันแบบลอยๆ โดยอาจารย์เหน่งได้รับวิชาวิชาอาคมต่างๆมามากมาย เช่น คาถาอาคม การลงนะหน้าทอง การสักยันต์ไทย เป็นต้น จึงถือได้ว่าในยุคนี้ อาจารย์เหน่ง อ่อนนุช ถือเป็นอาจารย์สักยันต์ที่เป็นผู้สืบทอดวิชาการสักยันต์ไทย ได้เข้มขลังคนนึงของวงการสักยันต์ไทย โดยมีลูกศิษย์ลูกหาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศต่างมาสักยันต์ไทย(thai tattoo,sakyant)กับอาจารย์เหน่ง กันอย่างมากมาย เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงการสักยันต์ไทย ต้องมีชื่อของ อาจารย์เหน่ง อ่อนนุช อยู่ด้วยเสมอ
การ สักยันต์ไทย(thai tattoo,sakyant)นั้น ตั้งแต่สมัยโบราณจะใช้เหล็กปลายแหลมฝ่าซีกหรือนำเหล็กฝ่าซีกมาประกบกันลง คาถาอาคม บางอาจารย์ใช้ตะปูตอกโลงผีก็มี เหล็กสักยันต์จะจุ่มกับน้ำหมึกที่ผ่านกรรมวิธีการเคี้ยวผสมว่านต่างๆลงคาถา ตามสูตรของอาจารย์แต่ละท่าน เรียกได้ว่า อุปกรณ์หรือสิ่งที่ใช้สักยันต์ มีความศักดิ์สิทธิ์ในทุกขั้นตอนการสร้างขึ้น การสักยันต์นั้นอาจารย์ที่สักยันต์ ก็ต้องบริกรรมคาถาไปตลอดเวลาที่สักยันต์ให้กับลูกศิษย์เพื่อให้คาถาอาคมนั้น ถูกถ่ายทอดจากอาจารย์ผู้ทำการสักยันต์ลงไปยังบนผิวหนังลูกศิษย์หรือผู้ถูก สักยันต์ ผ่านเข็มสักยันต์ลงบนอักขระ ทีละตัวๆ ไปจนเสร็จ เพื่อความเข้มขลังในอักขระที่สักยันต์ ที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่งนั้น เข็ม ที่ใช้สักยันต์นั้น อาจารย์เหน่งจะทำขึ้นมาด้วยตัวเองทุกเล่ม โดยสร้างตามสูตรที่ได้เรียนมาและลงอักขระคาถากำกับทุกเล่ม ส่วนน้ำหมึกที่ใช้สักยันต์ก็ผ่านการเคี้ยวและผสมว่านมงคล 108 ชนิดพร้อมทั้งบริกรรมคาถาระหว่างการเคี้ยวน้ำหมึก และ น้ำหมึกสูตรเฉพาะของอาจารย์เหน่งนั้น ต่างจากน้ำหมึกที่อื่นคือ มีสีที่เข้มดำไม่ซีดจาง ทำให้ลายยันต์ยิ่งแลดูเข้มขลัง การสักยันต์นั้นอาจารย์เหน่ง จะ สักยันต์ให้ลูกศิษย์ด้วยตัวเองทุกลายยันต์เพื่อให้ลูกศิษย์ได้รับพลัง และความศักดิ์สิทธิ์นั้นไปอยู่กับตัวได้โดยตรงระหว่างอาจารย์ถึงลูกศิษย์ การสักยันต์นั้นอาจารย์เหน่งจะบริกรรมคาถาเรียกจิตเรียกนามเรียกสูตรคาถา หัวใจของรูปภาพและลายยันต์ต่างๆ ตามแต่ละลายที่สัก ผ่าน อาจารย์เหน่งสู่เข็มสักยันต์และถ่ายทอดลงสู่ผิวหนังลูกศิษย์ทุกคน ถึงขนาดลูกศิษย์บางคนถึงขั้นของขึ้นหรือออกอาการตามแบบลายยันต์ที่สักเลยก็ มีให้เห็นบ่อยครั้ง เมื่อ สักยันต์เสร็จอาจารย์เหน่ง จะปลุกลายยันต์ หนุนธาตุ และลงอาคม ให้กับลูกศิษย์อีกครั้ง โดยการให้ศิษย์นั่งภาวนาคาถาที่อาจารย์จะมอบให้ก่อนสักไปตลอดเวลา ศิษย์บางคนก็ของขึ้นเพื่อเคารพบูชาครู โดยออกอาการแปลกๆตามรอยสัก เช่น สักยันต์เสือ ก็จะคำรามเหมือนเสือ สักยันต์หนุมานก็จะขึ้นเป็นหนุมาน บางคนดูเหมือนจะผอมแห้งแรงน้อยแต่เมื่อของขึ้นเรียกได้ว่า ต้องใช้คนสี่ห้าคนช่วยจับถึงจะสงบลงได้ นับเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความขลังในลายยันต์นั้นๆ และแสดงถึงว่าพลังกระแสจิตของอาจารย์เหน่งที่ถ่ายทอดลงสู่ลายยันต์นั้น มีความรุนแรงเพียงใด
และการสักยันต์ที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่งนั้น ท่านจะเน้นเรื่องการรักษาความสะอาดมาก เข็ม ทุกเล่มที่ใช้สักยันต์อาจารย์เหน่งมีการเปลี่ยนเข็มทุกครั้ง เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามารับการสักยันต์ที่สำนักปลอดภัยจากโรคติดต่อร้ายแรงรวมถึงน้ำหมึกและผ้าที่ใช้ในการสักยันต์ อาจารย์เหน่งจะเปลี่ยนทุกครั้ง จึงมั่นใจได้เต็ม 100 ว่าหากเข้ามารับการสักยันต์ที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่งแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องการติดเชื้อแน่นอน
การสักยันต์มีข้อห้ามต่างๆมากมายตามแต่ละสำนักจะให้ลูกศิษย์ยึดปฎิบัติกัน สำนัก สักยันต์อาจารย์เหน่ง ก็มีข้อปฎิบัติยึดตามข้อห้ามของผู้สักยันต์สมัยโบราณ จุดประสงค์เพื่อให้เกิดความขลังในลายสักยันต์นั้นๆและประกอบกรรมดีอยู่ใน ศีลธรรมที่ดีงามโดยข้อห้าม หลักที่สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่งยึดจากข้อห้ามที่มีมาตั้งแต่โบราณ ให้ลูกศิษย์ที่รับการสักยันต์ทุกคนยึดถือหรือปฎิบัติกันคือ ห้ามด่าว่าพ่อแม่ครูอาจารย์ใคร เพราะพ่อแม่ครูอาจารย์ถือเป็นสิ่งที่สูงสุด ที่ควรยกไว้เหนือหัว อาจารย์เหน่งจึงถือว่าข้อนี้มีความสำคัญมากต่อลูกศิษย์ที่มาสักยันต์ที่ สำนักสักยันต์แห่งนี้ ข้อที่สองคือห้ามกินฟักแฟงน้ำเต้า มะเฟือง เพราะเหตุผลที่ว่าของเหล่านี้จะล้างคุณสมบัติของว่านที่ผสมในหมึกที่ทำการ สักยันต์หรือน้ำมันที่ใช้สักยันต์ ข้อสามคือห้ามรับทานสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด ข้อสี่ห้ามผิดลูกผิดเมียใคร จุดประสงค์คือไม่ให้ผิดศีลและไม่ให้ลูกศิษย์ที่เข้ามาฝากตัวสักยันต์ที่ สำนักสักยันต์อาจารย์เหน่ง ไปทำในสิ่งไม่ดีไม่งาม หรือให้อยู่ในครรลองครองธรรมนั้นเอง ข้อ ห้าห้ามเสพหรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดที่ผิดกฏหมาย ข้อห้ามหรือข้อปฎิบัตินั้นอาจารย์เหน่งจะพร่ำสอนและเตือนลูกศิษย์อยู่เสมอ ให้ เป็นคนดีคิดดีทำดีอยู่เสมอแล้วลายยันต์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นจะคุ้มครอง ถ้าสักยันต์ไปแล้วไม่ปฎิบัติไม่ทำความดี ต่อให้สักยันต์ดียังไงก็ช่วยไม่ได้ ถ้าหมั่นปฎิบัติ ทำความดี หมั่นสวดมนต์ รับรองเลยว่าลายสักยันต์ อ.เหน่ง อ่อนนุช จะส่งผลให้เห็นอย่างที่คุณคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน ....
การสักยันต์ เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งของมนุษย์มานานแล้ว เราควรร่วมอนุรักษ์การสักยันต์ของไทยไม่ให้สูญหายไป โดยผู้ที่ชอบสักยันต์ในสมัยนี้จะมีเหตุผล คือ สักยันต์เพื่อลงอาคมขลัง ลงเลขยันต์ต่างๆที่เป็นมงคล สักยันต์เพื่อเกิดปาฏิหารย์ ยิง-ฟัน-แทงไม่เข้า หรือแสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆ เช่นต้องการสักยันต์ให้ช่วยด้านโชคลาภ สักยันต์เมตตามหานิยม สัก ยันต์เสน่ห์ สักยันต์หนุนดวง สักยันต์ค้าขาย ฯลฯ มุมมองของคนที่สักยันต์ในสมัยนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะผู้หญิงหรือแม้แต่คนมีเงินรวมทั้งเหล่าดารานักแสดง ต่างก็นิยมสักยันต์กันอย่างแพร่หลายมาก โดยนิยมสักยันต์กันทั้งแบบหมึกและสักยันต์แบบน้ำมัน ขอเชิญร่วมพูดคุยและเข้ามาสัมผัสในศาสตร์แห่งการสักยันต์หรือชมลายสักยันต์ สวยๆที่หาดูยาก ได้ที่หมวดตัวอย่างลายสักยันต์ และในบอร์ดห้องโชว์ลายสักยันต์